ความเสี่ยงของการเข้ารับการผ่าตัดเลสิก

ความเสี่ยงของการเข้ารับการผ่าตัดเลสิก post thumbnail image

การผ่าตัดเลสิกเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพในการแก้ไขการมองเห็น แต่เช่นเดียวกับการผ่าตัดอื่นๆ ก็มีความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดเลสิกจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและลักษณะเฉพาะของขั้นตอนการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้ว ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ การติดเชื้อ การแก้ไขการมองเห็นมากเกินไปหรือการแก้ไขสายตาต่ำเกินไป และกลุ่มอาการตาแห้ง แม้ว่าภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้มักจะสามารถรักษาได้และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายถาวร แต่ในบางกรณีซึ่งพบไม่บ่อยอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงกว่านั้นได้ เช่น ความคลาดเคลื่อนของแผ่นพับหรือการสูญเสียการมองเห็น

มีความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนหลายประการที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดเลสิก หลัก ๆมีดังนี้

  • ภาวะแทรกซ้อนของแผ่นกระจกตา: แผ่นกระจกตาเป็นเนื้อเยื่อบางๆ ที่สร้างขึ้นระหว่างขั้นตอนแรกของการทำเลสิก ภาวะแทรกซ้อนอาจเกิดขึ้นได้หากแผ่นปิดอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้องหรือไม่หายอย่างถูกต้อง 
  • ตาแห้ง: ตาแห้งเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยของการผ่าตัดเลสิก สิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากการผลิตน้ำตาตามธรรมชาติของดวงตาจะลดลงหลังการผ่าตัด
  • แสงจ้า และการมองเห็นซ้อน: อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้หากกระจกตาไม่เรียบสนิทหลังการผ่าตัด และมักจะดีขึ้นภายในไม่กี่เดือน
  • การถดถอย(regression): คือเวลาที่ตาเริ่มรักษาและการมองเห็นเริ่มเสื่อมลงอีกครั้ง อาจเกิดขึ้นได้หากกระจกตาบางเกินไปหรือการแก้ไขไม่เพียงพอ
  • การติดเชื้อ: การติดเชื้อเป็นภาวะแทรกซ้อนที่หายาก แต่อาจเกิดขึ้นได้หากแบคทีเรียเข้าตาระหว่างการผ่าตัด
  • การสูญเสียการมองเห็น: นี่เป็นภาวะแทรกซ้อนที่หายากมาก แต่อาจเกิดขึ้นได้หากกระจกตาเสียหายระหว่างการผ่าตัด โดยทั่วไปแล้ว การสูญเสียการมองเห็นที่เกิดขึ้นหลังเลสิกจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวและจะดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป หากคุณกำลังพิจารณาการผ่าตัดเลสิกคุณควรปรึกษาความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนกับแพทย์ของคุณก่อนเสมอ

อัตราความสำเร็จในการผ่าตัดเลสิก

จากข้อมูลของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ อัตราความสำเร็จในการผ่าตัดเลสิกอยู่ระหว่าง 96 ถึง 98 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหมายความว่าของผู้ที่ได้รับการผ่าตัด 96 ถึง 98 คนจากทุกๆ 100 คนพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้จากการผ่าตัด อัตราความสำเร็จอาจสูงหรือต่ำกว่านั้นขึ้นอยู่กับศัลยแพทย์และคลินิกที่ทำการผ่าตัด ตัวอย่างเช่น การศึกษาที่ตีพิมพ์ในปี 2558 พบว่าอัตราความสำเร็จในการผ่าตัดเลสิกอยู่ที่ 99.5 เปอร์เซ็นต์ ในทางตรงกันข้ามเมื่อทำที่ศูนย์การแพทย์ทหาร การศึกษาในปี 2550 พบว่าอัตราความสำเร็จในการผ่าตัดเลสิกมีเพียง 95 เปอร์เซ็นต์เมื่อทำที่คลินิกเอกชน อัตราความสำเร็จในการผ่าตัดเลสิคยังแตกต่างกันไปตามภูมิภาคที่ทำการผ่าตัด ผลการศึกษาในปี 2555 พบว่าอัตราความสำเร็จในยุโรปสูงขึ้นเล็กน้อย (96.7%) เมื่อเทียบกับอเมริกาเหนือ (95.4%) โดยรวมแล้วอัตราความสำเร็จในการผ่าตัดเลสิคนั้นสูงมาก และคนส่วนใหญ่ที่ทำการคผ่าตัดเลสิกส่วนใหญ่ก็พอใจกับผลลัพธ์ที่ได้

เมื่อรู้ความเสี่ยงและอัตราความสำเร็จแล้ว หวังว่ามันจะทำให้คุณหรือผู้ใดก็ตามมีความสนใจด้านการผ่าตัดเลสิกมีทางเลือกและข้อมูลเพื่อการตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น และเพื่อความมั่นใจ แนะนำว่าควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในการตัดสินใจด้วย 

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Related Post

การนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพที่ดี

การนวดแผนไทยช่วยให้สุขภาพดีขึ้นอย่างไรการนวดแผนไทยช่วยให้สุขภาพดีขึ้นอย่างไร

                ในเรื่องของสุขภาพนั้นต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่ดีและสำคัญกับเราเองอย่างมากเลยที่เราก็ควรที่จะต้องรู้จักที่จะให้ความสนใจและใส่ใจมากๆกับเรื่องของสุขภาพในตัวเองเพราะว่าหากเรามีสุขภาพที่ดีแล้วนั้นเชื่อว่าอะไรหลายๆอย่างในชีวิตของเรานั้นจะยิ่งดูดีมากขึ้น                 ในตอนนี้หลายๆคนที่ทำงานมักที่จะรู้ดีอยู่แล้วว่าการที่เรานั่งทำงานประจำทุกๆวันนั้นก็อาจจะทำให้เราเกิดการปวดหลังขึ้นมาอันนี้จึงเป็นเรื่องที่เราก็ควรที่จะต้องใส่ใจให้มากที่สุดเพราะว่าถ้าหากเราปวดเมื่อยตรงไหนแล้วนั้นก็จะต้องหาเวลาไปนวดแผนไทยเพื่อการจับเส้นที่ตึงๆที่ทำให้เราปวดนั้นอาจจะยิ่งทำให้เรานั้นผ่อนคลายไปได้มากขึ้นด้วย                 เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากเลยที่จะช่วยทำให้เราไม่ต้องปวดเมื่อยอยู่เสมอแต่เราก็ควรที่จะต้องเลือกร้านนวดแผนไทยที่มีคุณภาพด้วยเพราะว่าถ้าเราไม่เลือกร้านก็อาจจะเป็นหมอนวดที่ไม่ได้ผ่านการเรียนจับเส้นจับจุดมาก่อน อันนี้ก็จะยิ่งทำให้เรานั้นเกิดอันตรายขึ้นได้อย่างมากเลย                 สิ่งนี้จึงเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องระวังให้มากๆด้วย หากร้านนวดที่มีมาตรฐานแพงกว่าหน่อยก็ยอมเสียเงินไปเลยดีกว่าไปร้านถูกๆแล้วต้องไปเสียเงินค่าโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการเส้นในร่างกายมีปัญหาจากการนวดแผนไทยมาก็จะเป็นเรื่องใหญ่                 อันนี้เราจึงควรที่จะต้องมองให้เห็นถึงความสำคัญกับเรื่องของการนวดด้วยจะยิ่งดีเพราะหากเรารู้จักที่จะนวดเพื่อรักษาเส้นแล้วนั้นเชื่อว่าสิ่งที่ดีๆจะได้เกิดขึ้นกับเราเองอย่างแน่นอน แต่เราก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจและให้ความสำคัญมากๆในเรื่องของการนวดแผนไทยเพราะว่าการนวดแผนไทยที่ได้ผลนั้นจะรู้เลยว่าร่างกายจะเบาขึ้นแล้วก็ปวดเมื่อยน้อยลงด้วยเช่นกัน                 หากเรานวดแบบนี้ที่มีคุณภาพแล้วนั้นเชื่อว่าอะไรต่างๆในร่างกายของเรานั้นก็จะยิ่งดูดีขึ้น สิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยทำให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ ทุกๆอย่างนั้นเป็นเรื่องที่มีทางแก้ทางออกอยู่เสมออยู่ที่ว่าเราจะเลือกนวดแผนไทยที่ไหนเพื่อจะทำให้เรายิ่งมีสุขภาพที่ดีขึ้น ดังนั้นเราจะมองข้ามไปไม่ได้เลยเพราะอะไรที่ดีๆจะได้เกิดขึ้นกับเราเองอย่างยิ่งด้วย นอกจากนี้หากเรานวดแผนไทยเป็นประจำอย่างน้อยเดือนหนึ่งสี่ครั้งครั้งละสองชั่วโมงเชื่อว่าเราจะสังเกตร่างกายของเราได้เลยว่าจะมีความแข็งแรงขึ้นและเส้นก็จะไม่ตึงมากจนทำให้เป็นอุปสรรคในการทำงานด้วย

ตรวจร่างกายก่อนเข้าทำงาน

ตรวจร่างกายก่อนเข้าทำงาน เตรียมตัวอย่างไร ตรวจร่างกายก่อนเข้าทำงาน เตรียมตัวอย่างไร 

ต้องบอกเลยว่าการตรวจร่างกายก่อนเข้าทำงานนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ดังนั้นหากว่าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่อยากจะตรวจร่างกายก่อนเข้าทำงาน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็ได้แก่การเตรียมตัว อย่างไรก็ดีหากว่าต้องการตรวจร่างกายมีรายละเอียดปลีกย่อยจำนวนมาก เราจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง มาดูพร้อมๆ กันเลย  1.ติดต่อกับทางโรงพยาบาล  สำหรับคนที่รู้ตัวอยู่แล้วว่าจะต้องตรวจร่างกายก่อนเข้าทำงาน หากว่าที่ทำงานได้มีการติดต่อกับโรงพยาบาลไว้อยู่แล้ว เราก็สามารถติดต่อกับทางโรงพยาบาลเพื่อเป็นการคอนเฟิร์มเอาไว้อีกทางหนึ่งก็ได้เช่นกัน อย่างไรก็ดีการติดต่อกับทางโรงพยาบาล จะทำให้เรารู้ว่าเราจะต้องมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง และต้องทำการอดอาหารกี่ชั่วโมง ทำให้เราทราบว่าเราจะได้รับการตรวจสุขภาพในเรื่องใดบ้างอีกด้วย  2.นอนหลับแต่หัวค่ำ  การนอนหลับพักผ่อนแต่หัวค่ำ จะทำให้เราได้ผลตรวจสุขภาพที่ออกมาดี อีกทั้งยังทำให้ความดันไม่ตกอีกด้วย หลายๆ คนอาจจะกังวลใจกับผลของการตรวจสุขภาพเสียจนนอนไม่หลับ แต่หากว่าเรานั้นเลือกนอนหลับแต่หัวค่ำ และทำใจให้สบายๆ เราก็จะมีความรู้สึกที่ชัดเจนกว่าเดิมว่า การตรวจสุขภาพไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเลยทีเดียว การนอนพักผ่อนแต่หัวค่ำ ทำให้ตื่นเช้ามาสดชื่นอีกด้วย  3.อดอาหารตามที่แพทยได้แจ้งไว้  เราต่างก็ทราบแล้วว่า จะต้องงดน้ำและงดอาหารตั้งแต่กี่โมง