จากภาวะมลพิษทางอากาศที่เราประสบพบเจอกันอยู่ทุกๆ วันในปปัจจุบันนั้น คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เรื่องภัยจากการเปลีย่นแปลงทางธรรชาติของโลกกำลังเป็นสิ่งที่เข้ามาใกล้ตัวเรื่อยๆ และเรื่อยๆ สิ่งใดที่จะช่วยการรักษาสิ่งแวดล้อมก็คงจะทำกันอย่างแน่นอน อีกทั้งเรื่องของราคาน้ำมันที่แพงจึงทำให้มีการเลือกใช้ “รถยนต์ไฟฟ้า” กันมากขึ้นนั้นเองครับ วันนี้เราจึงอยากพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “รถยนต์ไฟฟ้ามีกี่ประเภทที่ต้องรู้” ที่น่าสนใจกันครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันดีกว่าครับผม

รถยนต์ไฟฟ้าทางเลือกสำหรับคนรุ่นใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

รถยนต์ไฟฟ้า คือ รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแทนการใช้เครื่องยนต์ที่มีระบบสันดาปภายใน โดยรถ EV จะใช้พลังงานไฟฟ้าที่เก็บอยู่ในแบตเตอรี่หรืออุปกรณ์เก็บพลังงานไฟฟ้ารูปแบบอื่นที่สามารถชาร์จไฟได้ ซึ่งเปลี่ยนพลังงานจากแบตเตอรี่มาใช้ในการขับเคลื่อน โดยข้อดีของมอเตอร์ไฟฟ้าทำให้เกิดแรงบิดได้ทันที ส่งผลให้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ามีอัตราเร่งที่เรียบและรวดเร็ว ต่างจากรถยนต์ทั่วไปที่ต้องใช้การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงเพื่อการขับเคลื่อน แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

●รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (HEV) เป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานผสมผสานระหว่างน้ำมันเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ โดยยังคงใช้เครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อน แต่ก็จะทำงานผสมผสานกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมอเตอร์จะช่วยในการออกตัว ก่อนที่เครื่องยนต์จะทำงานต่อไป

●รถยนต์ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (BEV) เป็นรถยนต์ที่ใช้กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ในการขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว แบตเตอรี่จึงต้องมีขนาดใหญ่ ยิ่งแบตเตอรี่มีความจุมากก็จะช่วยให้รถวิ่งได้ระยะทางไกลขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

●รถยนต์ไฟฟ้าแบบเซลล์เชื้อเพลิง (FCEV) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) โดยเป็นเชื้อเพลิงไฮโดรเจนจากการเติมเชื้อเพลิงภายนอก และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากรถยนต์โดยตรง โดยในโครงสร้างจะมีแผงเซลล์เชื้อเพลิงหรือ Fuel Cell Stack ถังแรงดันสูงเพื่อเก็บไฮโดรเจนในรูปแบบของเหลว มีมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่ขับเคลื่อนและชาร์จกระแสไฟฟ้าในแบตเตอรี่ โดยระบบจะส่งไฮโดรเจนและอากาศที่มีออกซิเจนเข้าไปสู่แผงเซลล์เชื้อเพลิงเพื่อทำปฏิกิริยาในการสร้างกระแสไฟฟ้าเข้ามาเก็บในแบตเตอรี่ จากนั้นกระแสไฟฟ้าก็จะถูกส่งไปที่มอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนตัวรถ

●รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) เป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานผสมระหว่างน้ำมันเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เช่นเดียวกับไฮบริด แต่สามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟจากภายนอกได้ โดยระยะทางที่วิ่งได้จากไฟฟ้า ขึ้นอยู่กับความจุของแบตเตอรี่

ข้อดีของการใช้รถยนต์ไฟฟ้า

●การดูแลและบำรุงรักษาทำได้ง่าย เพราะด้วยการที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว การดูแลซ่อมแซมรถจะง่ายและมีค่าใช้จ่ายรายปีน้อยกว่ารถยนต์น้ำมันทั่วไป เพราะไม่ต้องเสียค่าเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ซ่อมเครื่องยนต์ นั้นเองครับ

●ช่วยในเรื่องของการประหยัดค่าน้ำมัน การใช้รถยนต์ไฟฟ้า ช่วยประหยัดค่าน้ำมัน รวมถึงค่าน้ำมันเครื่องและค่าบำรุงรักษาต่างๆ เพราะเป็นรถที่ไม่มีเครื่องยนต์แต่จะใช้ระบบการทำงานด้วยมอเตอร์และแบตเตอรี่

●ช่วยลดควันพิษและมลภาวะทางอากาศ เพราะรถยนต์ไฟฟ้าใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์และแบตเตอรี่ จึงไม่มีการสันดาปภายใน หรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงในเครื่องยนต์แบบรถยนต์ทั่วไป

●เครื่องยนต์ทำงานเงียบ ไม่มีเสียงรบกวน นอกจากจะช่วยลดมลภาวะทางอากาศแล้ว รถยนต์ไฟฟ้ายังช่วยลดมลภาวะทางเสียง เครื่องยนต์ทำงานเงียบ ไม่มีเสียงรบกวนคนรอบข้างอีกด้วยครับ

ข้อเสียรถยนต์ไฟฟ้า

●ในปัจจุบันยังมีราคาสูง เนื่องจากกระบวนการผลิตยังต้องใช้เทคโนโลยีที่มีราคาสูง

●หากระยะทางการขับขี่ไกลเกินกว่าที่แบตจะรับได้ อาจต้องมีการวางแผนการชาร์จระหว่างทาง สำหรับการขับขี่ระยะไกล สถานีอัดประจุยังไม่ครอบคลุม หากมีการเดินทางไกล ควรวางแผนหาตำแหน่งที่ตั้งของสถานีไว้ก่อนเสมอๆ จึงอาจทำให้ยุ่งยากและเสียเวลาในการหยุดชาร์จด้วยเช่นกัน

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูล “ทำควารู้จักกับแทนชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า” ที่เราได้นำมาให้ทุกๆ ท่านได้ทราบกัน หวังว่าจะเป็นความรู้แล้วแนวทางที่ดีกันนะครับ